หมายถึงพิธีศพในภาพรวมทั้งหมดที่จัดขึ้นเพื่อส่งวิญญาณผู้เสียชีวิตไปยังสัมปรายภพตามขนบธรรมเนียม ในญี่ปุ่นมักจัดขึ้นร่วมกับพิธีฌาปนกิจศพ โดยครอบครัวและคนรู้จักจะร่วมกันฟังสวดมนต์และทำพิธีไว้อาลัยร่วมกันครับ
สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน ยูโตะเองครับ สำหรับชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในประเทศญี่ปุ่น ไม่ช้าก็เร็วอาจจะมีโอกาสต้องไปร่วมงานศพของคนรู้จัก เพื่อนร่วมงาน หรือคนในครอบครัวของเพื่อนชาวญี่ปุ่นครับ พิธีศพของญี่ปุ่น (ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพิธีแบบศาสนาพุทธนิกายมหายาน) มีระเบียบแบบแผนและมารยาทที่เคร่งครัดมาก แตกต่างจากงานศพในประเทศไทยที่มีบรรยากาศที่ผ่อนคลายกว่าและมีการจัดงานหลายวัน ในญี่ปุ่นทุกอย่างจะดำเนินไปอย่างรวดเร็วและเป็นระเบียบ ตั้งแต่การแต่งกายสีดำสนิทที่ไม่มีการประดับตกแต่งใดๆ การเขียนหน้าซองเงินช่วยงานศพที่จำกัดรายละเอียดยิบย่อย ตลอดจนการทำพิธีจุดธูปหอมบูชา (焼香 - Shoukou) หากเราไม่ได้เตรียมศึกษาข้อมูลล่วงหน้า อาจจะเกิดความผิดพลาดในการทำตัวอันเป็นการไม่ให้เกียรติผู้ล่วงลับโดยไม่ได้ตั้งใจได้ครับ ในบทเรียนนี้ ยูอิและผมได้ร่วมกันเรียบเรียง 20 คำศัพท์หลัก พร้อมคู่มือปฏิบัติตนอย่างเป็นขั้นเป็นตอนในการร่วมงานศพ เพื่อช่วยสร้างความเข้าใจและสามารถแสดงความอาลัยได้อย่างถูกต้องสง่างามครับ!
คำศัพท์และขั้นตอนปฏิบัติในการเข้าร่วมงานศพญี่ปุ่น มารยาทการจัดซองเงินช่วยงาน และพฤทีธรรมที่ควรพึงระวัง
หมายถึงพิธีศพในภาพรวมทั้งหมดที่จัดขึ้นเพื่อส่งวิญญาณผู้เสียชีวิตไปยังสัมปรายภพตามขนบธรรมเนียม ในญี่ปุ่นมักจัดขึ้นร่วมกับพิธีฌาปนกิจศพ โดยครอบครัวและคนรู้จักจะร่วมกันฟังสวดมนต์และทำพิธีไว้อาลัยร่วมกันครับ
พิธีศพคืนแรกที่จัดขึ้นหลังจากบุคคลเสียชีวิต โดยมีญาติสนิท เพื่อนสนิท และเพื่อนร่วมงานมารวมตัวกันเพื่อฟังสวดและใช้เวลาร่วมกับผู้ล่วงลับเป็นครั้งสุดท้าย มักเริ่มช่วงเย็นประมาณ 18:00 น. และกินเวลาสั้นๆ ประมาณ 1-2 ชั่วโมงเท่านั้น แตกต่างจากงานศพไทยที่มีการสวดหลายคืนครับ
พิธีอำลาผู้ตายต่อหน้าสาธารณชน มักจัดขึ้นในวันรุ่งขึ้นถัดจากพิธีสวดอภิธรรม (Otsuya) ในช่วงกลางวันเพื่อแสดงความเคารพเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะเคลื่อนย้ายหีบศพไปที่เตาเผาเพื่อทำพิธีฌาปนกิจต่อไปครับ
เงินช่วยงานศพที่ผู้เข้าร่วมงานนำมามอบให้กับครอบครัวผู้สูญเสียเพื่อช่วยเหลือในส่วนของค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพ และเป็นการร่วมแสดงความเสียใจด้วยครับ ยูอิขอเน้นย้ำว่า เงินที่ใส่ต้องไม่ใช่ธนบัตรใหม่เอี่ยมเด็ดขาด เพราะตามความเชื่อญี่ปุ่น ธนบัตรใหม่เอี่ยมหมายถึงการเตรียมเงินรอรับเหตุการณ์สูญเสียล่วงหน้า ซึ่งถือเป็นเรื่องอัปมงคลอย่างมากค่ะ
ซองพิเศษสำหรับใส่เงินช่วยงานศพ ประดับด้วยเชือกรัดสีดำ-ขาว หรือสีเงิน (เรียกเชือกนี้ว่า Mizuhiki) การเลือกซื้อซองต้องสอดคล้องกับลัทธิทางศาสนาของงานศพนั้นๆ (เช่น ศาสนาพุทธ ชินโต หรือคริสต์) และหน้าซองจะต้องถูกเขียนด้วยน้ำหมึกสีดำเจือจาง (淡墨 - Usuzumi) เพื่อสื่อความหมายว่า เสียใจจนน้ำตาร่วงลงไปผสมกับน้ำหมึกทำให้สีหมึกจางลงครับ
เสื้อผ้าที่ออกแบบสำหรับงานศพโดยเฉพาะ สำหรับผู้ชายคือชุดสูทสีดำสนิท (ไม่ใช่สีกรมท่าหรือสีเทาเข้ม) เนกไทสีดำไม่มีลวดลาย เชิ้ตขาว และรองเท้าหนังสีดำด้าน สำหรับผู้หญิงคือเดรสหรือสูทกระโปรงสีดำปิดคอ ความยาวคลุมเข่า ห้ามใส่รองเท้าส้นสูงแบบเปิดหน้าเท้า และห้ามใช้กระเป๋าถือที่ทำจากหนังจระเข้หรือขนสัตว์เพราะสื่อถึงการฆ่าสัตว์ตัดชีวิตค่ะ
คำอวยพรขอให้ผู้เสียชีวิตเดินทางไปสู่โลกหน้าได้อย่างสงบสุข มักพบในสำนวนไว้อาลัยอย่างเป็นทางการ เช่น "ご冥福をお祈りします" (ขออธิษฐานให้ดวงวิญญาณไปสู่สุคติ) คำนี้มักใช้เฉพาะในพิธีแบบพุทธศาสนาเท่านั้น หากเป็นงานศพคริสต์หรือชินโตจะไม่นิยมใช้คำว่า "冥福" เพราะแนวคิดเรื่องภพภูมิต่างกันครับ
หมายถึงการแสดงความเจ็บปวดเสียใจร่วมกับครอบครัวผู้ล่วงลับ วลีคลาสสิกที่ใช้บ่อยคือ "お悔やみ申し上げます" (ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง) มักใช้เมื่อต้องการส่งการ์ดจดหมาย เขียนลงในสมุดเยี่ยม หรือเมื่อกล่าวคุยกับเจ้าภาพงานศพครับ
บริการโทรเลขที่ส่งข้อความแสดงความเสียใจไปยังสถานที่จัดงานศพ ในกรณีที่ผู้ส่งติดธุระไม่สามารถเดินทางไปร่วมพิธีได้ด้วยตัวเอง โทรเลขนี้จะถูกส่งไปถึงก่อนเริ่มพิธีและมักจะมีการอ่านออกเสียงชื่อผู้ส่งในระหว่างขั้นตอนการทำพิธีเพื่อขอบคุณด้วยครับ
พิธีกรรมตามคติพุทธโดยการหยิบผงธูปหอมด้วยนิ้วชี้และนิ้วโป้งขวา ยกขึ้นมาเสมอกลางหน้าผากเพื่อแสดงความเคารพ แล้วโปรยลงในเตาเผาถ่านร้อน ขั้นตอนการทำชูโคจะมีระเบียบเฉพาะตัวตั้งแต่ก้มกราบพระพุทธรูป โค้งคำนับญาติผู้ล่วงลับ และคำนับรูปภาพผู้ตาย ซึ่งทุกคนในงานจะต้องทยอยเดินขึ้นมาทำพิธีนี้ทีละคนครับ
แท่นที่จัดตกแต่งอย่างสวยงามและยิ่งใหญ่หน้าสถานที่ประกอบพิธี มีการประดับประดาด้วยดอกไม้โทนสีขาว ขาวเหลือง หรือสีสุภาพ มีการตั้งวางกระถางธูป โคมไฟ และโลงศพไว้ด้านหลังแท่นบูชานี้ครับ
รูปถ่ายที่ครอบครัวเลือกมาเพื่อประดับไว้เหนือแท่นบูชา โดยรูปที่เลือกในปัจจุบันมักจะเป็นรูปที่มีใบหน้ายิ้มแย้มสดใส เพื่อให้ผู้ร่วมงานระลึกถึงช่วงเวลาที่มีความสุขและน่าจดจำของตัวผู้เสียชีวิตขณะมีชีวิตอยู่ครับ
กระบวนการเผาร่างผู้เสียชีวิตตามระเบียบกฎหมายสุขาภิบาลของประเทศญี่ปุ่น ประเทศญี่ปุ่นมีอัตราการเผาศพสูงเกือบ 100% เนื่องจากข้อจำกัดด้านพื้นที่และแนวคิดเรื่องสุขอนามัย โดยหลังจากจบพิธี告別式 โลงศพจะถูกเคลื่อนย้ายไปที่เตาเผาขยะฌาปนสถานทันทีครับ
พิธีการคีบชิ้นกระดูกที่เหลือจากการเผาร่างใส่ในโถโกศอัฐิ โดยมีเอกลักษณ์สำคัญคือการที่ผู้ร่วมงานสองคนจะใช้ตะเกียบพิเศษร่วมกันคีบกระดูกชิ้นเดียวกันพร้อมกัน แล้วส่งต่อไปยังโถอัฐิ ซึ่งนี่คือเหตุผลสำคัญในมารยาทชีวิตประจำวันที่คนญี่ปุ่นห้ามใช้ตะเกียบคีบส่งอาหารต่อกันเด็ดขาด เพราะไปคล้ายกับพิธีเก็บกระดูกในงานศพนั่นเองค่ะ
การหยุดเรียนหรือหยุดงานอย่างเป็นทางการโดยไม่ถือเป็นวันลาปกติเมื่อคนในครอบครัวหรือญาติใกล้ชิดเสียชีวิต ระยะเวลาหยุดจะขึ้นอยู่กับระดับความสัมพันธ์ เช่น หากพ่อแม่เสียชีวิตมักจะลากิจได้ประมาณ 5-7 วัน หากเป็นญาติห่างๆ จะอยู่ที่ 1-3 วันครับ
การจัดพิธีระลึกถึงผู้ล่วงลับหลังจากจัดงานศพเสร็จสิ้นไปแล้ว เช่น ครบรอบ 49 วัน วันครบรอบ 1 ปี 3 ปี 7 ปี และ 33 ปี ซึ่งครอบครัวและญาติจะมารวมตัวกันอีกครั้งเพื่อนิมนต์พระสงฆ์มาสวดมนต์และรับประทานอาหารร่วมกันครับ
สายสร้อยลูกประคำไม้หรือหินมงคลที่ผู้ร่วมงานศพถือติดตัวไว้ขณะเข้าร่วมพิธีและทำพิธี焼香 เพื่อปกป้องตัวผู้ถือและสวดระลึกถึงผู้ล่วงลับ ยูอิแนะนำว่าเมื่อสวดมนต์ให้คล้องลูกประคำนี้ไว้ที่มือซ้ายหรือประสานสองมือเข้าหากันเพื่อถือพาดไว้ค่ะ
ซองกระดาษสำหรับมอบเงินในโอกาสต่างๆ รวมไปถึงซองงานศพด้วย แต่สำหรับซองงานศพจะไม่มีแผ่นกระดาษประดับสีแดงทอง (Noshi) ที่มุมขวาบนเด็ดขาด และเชือกรัดต้องเป็นปมตายตัวที่แก้ไม่ได้ (Musubikiri) เพื่อสื่อความปรารถนาว่าจะไม่มีเรื่องร้ายแบบนี้เกิดขึ้นอีกครั้งครับ
คำอุทิศที่เขียนกลางหน้าซองเงินเหนือเส้นเชือกมัด เช่น คำว่า 御霊前 (Goreizen - มอบต่อดวงวิญญาณ) ซึ่งเป็นคำสุภาพที่นิยมใช้กันแพร่หลายที่สุดในงานศพพุทธและชินโต และต้องเขียนชื่อตัวเองเต็มๆ ไว้ใต้เส้นเชือกด้วยหมึกจางครับ
ของที่ระลึกเล็กๆ น้อยๆ ที่ทางเจ้าภาพมอบให้กับทุกคนที่มาร่วมงานเพื่อขอบพระคุณ เช่น เกลือมงคลสำหรับโรยปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายก่อนเข้าบ้าน ชาเขียว หรือผ้าขนหนูผืนเล็ก พร้อมกับจดหมายขอบคุณอย่างเป็นทางการครับ
เมื่อต้องเดินเข้าไปพบกับญาติผู้เสียชีวิตที่หน้ารับแขก หรือเมื่อส่งจดหมายและส่งข้อความแสดงความไว้อาลัย ให้เลือกใช้วลีสุภาพเหล่านี้ตามสถานการณ์จริงครับ:
แปล: "ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งในครั้งนี้ด้วยครับ/ค่ะ"
*นี่คือประโยคที่มาตรฐาน ปลอดภัย และสุภาพที่สุดสำหรับกล่าวต่อเจ้าภาพเมื่อมอบซองเงินช่วยงานศพที่หน้าทางเข้างานครับแปล: "ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งในเหตุสูญเสียนี้"
*นิยมเขียนลงในการ์ด จดหมาย หรือส่งข้อความไลน์แสดงความเสียใจต่อเพื่อนร่วมงานอย่างเป็นทางการแปล: "ขออธิษฐานให้ดวงวิญญาณของผู้ล่วงลับไปสู่สุคติด้วยใจจริงครับ/ค่ะ"
*เหมาะสำหรับงานศพแบบพุทธเท่านั้น ห้ามใช้กับชาวคริสต์เด็ดขาดเนื่องจากหลักคำสอนเรื่องสวรรค์แตกต่างกันแปล: "เป็นเรื่องกระทันหันมากเสียจนผมคิดคำพูดไม่ออกเลยครับ"
*ใช้เมื่อทราบข่าวร้ายอย่างกะทันหัน แสดงให้เห็นถึงความช็อกและร่วมแบ่งเบาความโศกเศร้าอย่างจริงใจการเข้าใจมารยาทและธรรมเนียมการไปร่วมงานศพในประเทศญี่ปุ่นถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะช่วยรักษาความสัมพันธ์อันดีและไม่ทำให้เกิดความอึดอัดแก่เจ้าภาพงานศพที่กำลังตกอยู่ในห้วงความโศกเศร้าครับ ยูอิและยูโตะขอสรุปประเด็นมารยาทและแนวทางปฏิบัติตนที่สำคัญ 3 หัวข้อใหญ่ดังนี้ครับ
ประเด็นแรก: วิธีจัดเตรียมเงินช่วยงาน (香典 - Kouden) และการเขียนซองอย่างละเอียด
การเตรียมเงินช่วยงานมีกฎเหล็กที่ห้ามมองข้ามคือ 1. ห้ามใช้ธนบัตรใหม่เอี่ยม หากจำเป็นต้องใช้จริงๆ ให้พับธนบัตรให้เกิดรอยพับก่อนบรรจุใส่ซอง 2. การจัดเตรียมจำนวนเงินต้องหลีกเลี่ยงตัวเลขที่เป็นเลขคี่ เช่น 4 (พ้องเสียงกับคำว่า ตาย ในภาษาญี่ปุ่น) หรือ 9 (พ้องเสียงกับคำว่า ความลำบาก ทรมาน) และตัวเลขที่ขึ้นต้นด้วยเลขคู่บางค่า เช่น 20,000 เยน ซึ่งอาจสื่อถึงความแตกแยก ทั้งนี้ความสัมพันธ์ทั่วไปมักมอบประมาณ 3,000 ถึง 5,000 เยน การเขียนหน้าซองต้องใช้ปากกาหมึกซึมสีดำชนิดเจือจางพิเศษ (Usuzumi) โดยเขียนตรงกลางด้านบนเป็นคำว่า “御霊前” (Goreizen) และเขียนชื่อนามสกุลของตนเองเต็มๆ ตรงกลางด้านล่างใต้เชือกรัด จากนั้นใส่ซองเงินเข้าไปในผ้าห่อซองที่เรียกว่า ฟุกุสะ (袱紗 - Fukusa) สีม่วงหรือสีโทนเย็นเพื่อป้องกันซองยับย่น ห้ามถือซองเปล่าๆ ด้วยมือเปล่าเดินเข้างานเด็ดขาดครับ
ประเด็นที่สอง: กฎระเบียบเครื่องแต่งกายไว้อาลัยสีดำสนิทที่เคร่งครัด
เสื้อผ้าชุดไว้อาลัยของญี่ปุ่นเป็นระบบสากลที่มีมาตรฐานสูงมาก แตกต่างจากการแต่งตัวไปงานศพของไทยที่มักเน้นชุดผ้าสีดำหรือสีขาวทั่วไป สำหรับประเทศญี่ปุ่นหากคุณได้รับเชิญร่วมงานศพอย่างเป็นทางการ คุณจำเป็นต้องสวมใส่ชุดไว้อาลัยที่เรียกว่า 喪服 (Mofuku) เท่านั้น ตัวเสื้อสูทและกางเกงจะต้องเป็นสีดำด้านสนิทที่ไม่มีประกายแสงสะท้อนหรือลวดลายใดๆ เชิ้ตข้างในเป็นสีขาว เนกไทสีดำสนิทห้ามผูกแบบมีเงาเงา รองเท้าหนังชายเป็นแบบผูกเชือกสีดำสุภาพไร้การประดับตกแต่ง สำหรับผู้หญิงต้องหลีกเลี่ยงการสวมใส่ชุดกระโปรงที่สั้นเหนือเข่า ถุงน่องต้องใช้สีดำโปร่งเท่านั้น และข้อสำคัญคือเครื่องประดับทุกชิ้นห้ามใส่ ยกเว้นแหวนแต่งงานและสร้อยคอไข่มุกเม็ดเดี่ยวสีขาวหรือสีดำ (ซึ่งไข่มุกสื่อถึงน้ำตาที่หลั่งไหลด้วยความอาลัย) ห้ามใส่น้ำหอมกลิ่นฉุน ห้ามใช้กระเป๋าหรือเสื้อผ้าที่มีชิ้นส่วนของโลหะประกายทองเหลืองเด็ดขาดเนื่องจากทองเป็นสัญลักษณ์ของงานรื่นเริงครับ
ประเด็นสุดท้าย: หลีกเลี่ยงการพูดคำต้องห้าม 忌み言葉 (Imikotoba) ขณะพูดคุย
ในระหว่างการสบตาทักทายหรือแสดงความอาลัยต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต คนญี่ปุ่นจะมีคำพูดต้องห้ามที่เรียกว่า อิมิโกะโตะบะ (Imikotoba) ซึ่งหมายถึงคำที่กระตุ้นให้ระลึกถึงเรื่องร้ายแรง คำแรกคือคำซ้ำซ้อน เช่น “たびたび” (บ่อยๆ), “しばしば” (เรื่อยๆ), “かさねがさね” (ซ้ำๆ) หรือ “ますます” (ยิ่งๆ ขึ้นไป) เนื่องจากคำซ้ำสื่อถึงความเชื่อเรื่อง “ความโชคร้ายจะย้อนกลับมาเกิดซ้ำซ้อนอีกครา” ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนไม่ต้องการให้เกิด คำหลีกเลี่ยงต่อมาคือคำที่สื่อถึงความตายตรงๆ เช่น “死亡” (การเสียชีวิต) หรือ “死去” (การตาย) โดยให้เปลี่ยนมาใช้คำเลี่ยงที่สุภาพมากๆ แทน เช่น “ご逝去” (Go-seikyo - การล่วงลับไปอย่างสงบ) หรือ “急逝” (Kyuusei - การจากไปอย่างกะทันหัน) นอกจากนี้ การสนทนาใดๆ กับเจ้าภาพควรทำอย่างสั้นและเงียบที่สุด ไม่ชวนคุยยาวเรื่องสาเหตุการเจ็บป่วย เพราะจะยิ่งเป็นการสะกิดความเจ็บปวด ยูอิและยูโตะหวังว่าความรู้ทางวัฒนธรรมเหล่านี้จะช่วยให้ทุกคนสามารถปฏิบัติงานได้อย่างไร้กังวลและร่วมแบ่งเบาความเศร้าแก่เพื่อนชาวญี่ปุ่นได้อย่างอบอุ่นหัวใจที่สุดนะครับ