คู่มือคำศัพท์การทดลองสวมใส่เสื้อผ้าในร้านแฟชั่น ขั้นตอนการยกเว้นภาษีศุลกากรสำหรับชาวต่างชาติ การขอห่อของขวัญ และระบบภาษีมูลค่าเพิ่มในห้างสรรพสินค้าญี่ปุ่น
百貨店 (ひゃっかてん - Hyakkaten)
ห้างสรรพสินค้าหรูหราขนาดใหญ่
หมายถึงห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ระดับหรูหรา เช่น Mitsukoshi, Isetan, Takashimaya หรือที่เรียกทับศัพท์ภาษาอังกฤษว่า "デパート" (Depāto) ห้างสรรพสินค้าเหล่านี้จะมีบริการระดับพรีเมียมคอยอำนวยความสะดวก มีเคาน์เตอร์แบรนด์เครื่องสำอางชั้นนำ และมีเคาน์เตอร์免税 (Menzei) คอยบริการเคลมภาษีคืนให้แก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติโดยเฉพาะครับ
アパレルショップ (あぱれるしょっぷ - Apareru Shoppu)
ร้านขายเสื้อผ้าแฟชั่น
คำทับศัพท์หมายถึงร้านจำหน่ายเครื่องแต่งกายแฟชั่นและอุปกรณ์เสริมเฉพาะทางแบรนด์ เช่น ร้านตามแหล่งวัยรุ่น เช่น Harajuku หรือ Shibuya ยูอิแนะนำว่าพนักงานในร้านประเภทนี้มักจะเข้ามาคอยแนะนำสินค้าเทรนด์ล่าสุดอย่างสุภาพมาก หากต้องการเลือกชมสินค้าเองคนเดียวเงียบๆ คุณสามารถส่งยิ้มและโค้งทักทายตอบรับได้อย่างเป็นธรรมชาติค่ะ
免税 (めんぜい - Menzei)
การยกเว้นภาษี (Tax-Free)
สิทธิ์การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มของญี่ปุ่นสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาพำนักไม่เกิน 6 เดือน โดยปกติแล้วเครื่องบริโภค เครื่องสำอาง หรือสินค้าแฟชั่นสามารถทำขั้นตอนคืนภาษีนี้ได้ ยูโตะเน้นย้ำว่ายอดรวมบิลซื้อของในวันเดียวกันภายในห้างสรรพสินค้าเดียวกันต้องเกิน 5,000 เยนขึ้นไป และต้องแสดงพาสปอร์ตเล่มจริงที่มีสติกเกอร์วีซ่าชั่วคราวเพื่อรับสิทธิ์ครับ
試着室 (しちゃくしつ - Shichakushitsu)
ห้องลองเสื้อผ้า
พื้นที่สำหรับสวมลองชุดเสื้อผ้าภายในร้านแฟชั่น ยูโตะเตือนว่ามารยาทที่ห้ามละเลยคือ ห้ามสวมรองเท้าเหยียบเข้าไปบนพรมในห้องลองเด็ดขาด ต้องถอดวางไว้นอกห้องเสมอ และสำหรับสุภาพสตรีที่แต่งหน้า พนักงานจะยื่นแผ่นคลุมหน้าสีขาวบาง (Face Cover) เพื่อใช้ครอบศีรษะก่อนสวมเสื้อป้องการไม่ให้แป้งหรือลิปสติกเลอะติดคอเสื้อแบรนด์ค่ะ
フィッティングルーム (ふぃっていんぐるーむ - Fittingu Rūmu)
ห้องลองเสื้อผ้า (Fitting Room)
คำศัพท์ทับศัพท์ภาษาอังกฤษความหมายเดียวกับ 試着室 (Shichakushitsu) มักใช้ตามร้านแบรนด์เนมนำเข้าจากต่างประเทศทั่วไป ยูอิเสริมว่าในห้องฟิตติ้งจะมีกระจกบานใหญ่ติดตั้งไว้คอยส่องดูความพอดีของไซส์ชุด และมักจะมีป้ายกำชับมารยาทการลองชุดสวมคลุมหน้าเขียนไว้ชัดเจนเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยค่ะ
サイズ (さいず - Saizu)
ขนาดไซส์เสื้อผ้า
ขนาดของเสื้อผ้า เช่น S, M, L, XL หรือขนาดรองเท้า ยูโตะให้ข้อแนะนำว่า ขนาดไซส์เสื้อผ้าของญี่ปุ่นมักจะมีสัดส่วนที่เล็กกว่าไซส์มาตรฐานของยุโรปหรือไทยอยู่หนึ่งระดับเสมอ ดังนั้นตอนเราจะเลือกซื้อชุดเสื้อผ้า ขอแนะนำให้ขอพนักงานลองไซส์ก่อนเสมอ หรือเช็คตารางสัดส่วนหน้าอกและสะโพกเป็นเซนติเมตรอย่างระมัดระวังครับ
試着 (しちゃく - Shichaku)
การลองสวมใส่เสื้อผ้า
กระบวนการหยิบเอาชุดจากราวเพื่อไปทดสอบสวมใส่ ยูอิแนะนำประโยคพูดขอพนักงานที่มีประโยชน์มากว่า "試着してもいいですか?" (Shichaku shitemo ii desu ka - ขอทดลองสวมใส่ชุดนี้หน่อยได้ไหมคะ) พนักงานจะยิ้มแย้มและพาเดินนำทางเราไปที่ห้องลองพร้อมบอกคำแนะนำจำนวนตัวที่อนุญาตให้นำเข้าไปลองต่อรอบค่ะ
新作 (しんさく - Shinsaku)
สินค้าใหม่ล่าสุด (New Arrival)
ผลงานการออกแบบหรือสินค้าล็อตใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเข้ามาจัดวางหน้าร้านในซีซันฤดูกาลนั้นๆ มักจัดวางโดดเด่นอยู่ที่หน้าตู้กระจกทางเข้าร้าน สินค้าประเภทนี้มักจะไม่มีการจัดโปรโมชั่นส่วนลดใดๆ เนื่องจากเป็นเทรนด์ใหม่ล่าสุด แต่เป็นสินค้าที่สายแฟชั่นชาวไทยเฝ้ารอคอยเพื่อเป็นเจ้าของเป็นรายแรกๆ ครับ
セール (せーる - Sēru)
การลดราคาสินค้าพิเศษ (Sale)
เทศกาลลดราคาสินค้าของห้างสรรพสินค้าญี่ปุ่น ช่วงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือช่วงเซลล์ฤดูร้อน (ช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม) และเซลล์ปีใหม่ (ช่วงปลายเดือนธันวาคม-มกราคม) ในช่วงนี้ห้างสรรพสินค้าแทบทุกร้านจะนำสินค้าเสื้อผ้ามาแปะป้ายแดงหั่นราคาลง 30% ถึง 70% ถือเป็นช่วงเวลาสวรรค์ของนักช้อปไทยในการเก็บสะสมเสื้อผ้าหนาวราคาดีค่ะ
割引 (わりびき - Waribiki)
ส่วนลดราคา
ส่วนลดราคาของสินค้า มักระบุเป็นสัดส่วนเปอร์เซ็นต์ส่วนลด เช่น 「1割引」(Ichi-waribiki - ลดราคา 10%) หรือ 「3割引」(San-waribiki - ลดราคา 30%) ยูโตะเตือนว่าระบบการอ่านป้ายลดราคาในญี่ปุ่นจะบอกเป็นยอดที่ลดออกไป (เช่น 2割引 แปลว่าลดจากราคาเต็มไป 20% ดังนั้นเราต้องจ่าย 80% ของราคาเดิม) ต่างจากไทยที่จะบอกยอดที่เหลือครับ
福袋 (ふくぶくろ - Fukubukuro)
ถุงโชคดี (Lucky Bag)
ถุงสุ่มสินค้าที่ทางแบรนด์จัดทำขึ้นเป็นพิเศษเพื่อจำหน่ายในวันปีใหม่ (1-3 มกราคมของทุกปี) ด้านในจะอัดแน่นไปด้วยสินค้ามูลค่ารวมหลายหมื่นเยน แต่จำหน่ายในราคาพิเศษเพียงแค่ประมาณ 5,000 หรือ 10,000 เยนเท่านั้น ผู้ซื้อจะไม่สามารถทราบสิ่งของด้านในล่วงหน้าได้ ยูอิเคยซื้อมาแล้วสนุกมากเพราะได้ลุ้นและถือเป็นวัฒนธรรมต้อนรับความโชคดีปีใหม่ค่ะ
ラッピング (らっぴんぐ - Rappingu)
การห่อของขวัญ
การตกแต่งหีบห่อสินค้าให้ออกมาสวยงามเพื่อนำไปมอบเป็นของขวัญแก่บุคคลอื่นในโอกาสพิเศษ ยูอิแนะนำว่าที่ญี่ปุ่นมีทั้งแบบฟรี (ห่อด้วยกระดาษลวดลายเรียบหรูธรรมดาและผูกโบว์) และแบบเสียเงินเพิ่ม (ใส่กล่องกระดาษแข็งพร้อมถุงผ้าเกรดดี) หากต้องการ ให้บอกแคชเชียร์ว่า "ラッピングをお願いします" (ช่วยห่อของขวัญให้หน่อยค่ะ) นะคะ
レジ (れじ - Reji)
แคชเชียร์จ่ายเงิน
ทับศัพท์คำว่า Cash Register หมายถึงเคาน์เตอร์จุดเก็บชำระเงินและสแกนบาร์โค้ดราคาสินค้า ในห้างหรูหากคุณซื้อสินค้าจากหลายชั้น บางทีคุณต้องเดินนำป้ายสินค้ามาคิดเงินรวมกันที่จุดชำระเงินหลัก หรือถ้าเป็นร้านอัญมณี พนักงานจะนำบิลและตัวสินค้าเดินตามประคองอำนวยความสะดวกพาไปจ่ายเงินที่レジเลยครับ
領収書 (りょうしゅうしょ - Ryōshūsho)
ใบเสร็จรับเงินอย่างเป็นทางการ (Receipt)
ใบเสร็จรับเงินใบใหญ่ฉบับเป็นทางการที่สามารถนำไปใช้ยื่นหลักฐานภาษีบริษัทหรือเบิกจ่ายงบราชการได้ จะมีความต่างจากบิลธรรมดา (レシート - Reshīto) ยูโตะเสริมว่าเวลาขอใบเสร็จนี้ พนักงานจะถามชื่อผู้รับชำระเงินที่จะเขียนลงไปในช่องว่าง โดยทั่วไปหากเราไม่มีชื่อบริษัท ให้แจ้งว่า "宛名は上様でお願いします" (เขียนว่าท่านลูกค้าทั่วไปได้เลยครับ) ครับ
返品 (へんぴん - Henpin)
การคืนสินค้าเพื่อขอเงินคืน
การยกเลิกการซื้อและนำสินค้ากลับมาส่งมอบคืนร้านเพื่อเอาเงินชำระคืน ยูโตะเตือนว่านโยบาย返品ในญี่ปุ่นมีความเข้มงวดสูงมาก ร้านค้าส่วนใหญ่มีเงื่อนไขว่าห้ามตัดป้ายราคาทิ้ง สินค้าต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์ไม่ได้สวมใส่ใช้งานจริง และต้องนำใบเสร็จตัวจริงกลับมายื่นยืนยันภายในระยะเวลาที่กำหนด (เช่น 7 วัน) หากไม่มีเหตุผลสมควรอาจถูกปฏิเสธได้ครับ
交換 (こうかん - Kōkan)
การแลกเปลี่ยนสินค้า
การขอนำเอาสินค้าตัวที่เราซื้อไปกลับมาสลับแลกเปลี่ยนไซส์ สี หรือสลับเป็นแบบใหม่ทดแทนเนื่องจากสวมใส่ไม่ได้ขนาดที่พึงพอใจ นโยบายการสลับเปลี่ยนของร้านค้าส่วนใหญ่จะเปิดกว้างยอมรับได้ง่ายกว่าการ返品 (การคืนเงิน) แต่ยูอิแนะนำว่าการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าขนาดที่ถูกต้องตั้งแต่หน้าร้านผ่านการลองชุดจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดค่ะ
税込み (ぜいこみ - Zeikomi)
ราคาสินค้ารวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว
ราคาป้ายสินค้าที่คำนวณบวกรวมอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (10% หรือ 8% สำหรับอาหารเครื่องดื่ม) เรียบร้อยแล้ว ถือเป็นราคาจ่ายสุทธิหน้าレจิ ยูโตะรับรองว่ากฎหมายแสดงป้ายราคาของญี่ปุ่นบังคับให้ร้านเกือบทั้งหมดต้องทำตัวอักษรบอกราคารวมภาษีนี้ให้ผู้ซื้อเห็นชัดเจนเสมอ เพื่อป้องกันความสับสนยามจ่ายเงินครับ
税抜き (ぜいぬき - Zeinuki)
ราคาที่ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
ราคาสินค้าดิบตัวเปล่าก่อนที่จะบวกอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มเข้าไป 10% ยูอิให้ข้อสังเกตว่าเวลาทำเรื่อง免税 (ยกเว้นภาษี) ยอดซื้อขั้นต่ำ 5,000 เยนที่จะผ่านเกณฑ์รับสิทธิ์คืนภาษีนั้น เขาจะคิดคำนวณจากยอดรวมของราคาดิบ税抜きนี้เท่านั้นนะคะ ไม่ใช่ยอดรวมราคาสุทธิที่รวมภาษีแล้ว ดังนั้นตรวจสอบให้ยอดถึงเกณฑ์ก่อนไปยื่นค่ะ
取り置き (とりおき - Torioki)
การขอฝากสินค้าไว้ชั่วคราว
การที่ลูกค้าชื่นชอบสินค้าและต้องการจองไว้ก่อนเพื่อไปเดินทำธุระหรือหาเงินสดเพิ่ม แล้วจะกลับมาชำระเงินภายหลัง โดยปกติร้านค้าจะยินดีเก็บรักษาสินค้านั้นแยกไว้ให้หลังร้านเป็นเวลาชั่วคราว (เช่น ภายในวันเดียวกันหรือ 2-3 วัน) ถือเป็นบริการเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ซื้อได้มีเวลาตัดสินใจอย่างสบายใจครับ
免税カウンター (めんぜいかうんたー - Menzei Kauntā)
เคาน์เตอร์ขอยกเว้นภาษี (Tax-Free Counter)
เคาน์เตอร์ส่วนกลางประจำห้างสรรพสินค้าที่ให้บริการทำเรื่องคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ยูอิอธิบายขั้นตอนว่าเมื่อเราเดินช้อปปิ้งเก็บรวบรวมใบเสร็จชำระเงินจากร้านค้าต่างๆ ในห้างเสร็จสิ้นแล้ว ให้เดินมาที่เคาน์เตอร์นี้ ยื่นพาสปอร์ต บิลเงินสด และนำสินค้าทั้งหมดมาแสดงเพื่อรับเงินคืนภาษีเป็นเงินสดเยนได้ทันทีค่ะ