คู่มือช้อปปิ้งในห้างสรรพสินค้าญี่ปุ่น: ศัพท์ลองเสื้อผ้า ขอใบกำกับภาษี และขั้นตอนยกเว้นภาษี (Tax-Free)

ช้อปปิ้งอย่างชาญฉลาดในญี่ปุ่น: ศัพท์สำคัญเพื่อสิทธิประโยชน์สูงสุดและการลองชุดแบบไม่ผิดมารยาท

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ทุกคน ยูอิเองค่ะ! ประเทศญี่ปุ่นเป็นดินแดนแห่งการช้อปปิ้งที่ดึงดูดใจคนไทยเป็นอย่างมากเลยใช่ไหมคะ ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์เสื้อผ้ายอดฮิต เครื่องสำอาง หรือขนมอร่อยๆ แต่เวลาช้อปปิ้งในห้างสรรพสินค้าหรือร้านแฟชั่นของญี่ปุ่น มักจะมีมารยาทสังคมและการขอสิทธิ์พิเศษเฉพาะตัวที่เราควรทราบไว้ค่ะ เช่น การลองเสื้อผ้าที่จะมีกฎระเบียบที่เข้มงวดเพื่อไม่ให้เมคอัพเลอะติดคอเสื้อ หรือขั้นตอนทำ "Tax-Free" เพื่อรับเงินคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม 10% ซึ่งช่วยให้เราประหยัดเงินในกระเป๋าไปได้เยอะมากเลยค่ะ ในบทเรียนนี้ ยูโตะและยูอิได้เรียบเรียง 20 คำศัพท์การช้อปปิ้ง พร้อมขั้นตอนแบบทีละสเต็ป เพื่อให้คนไทยที่เดินทางมาท่องเที่ยวหรือพำนักระยะยาวสามารถสื่อสารเจรจาซื้อของ ขอส่วนลด และเคลมภาษีได้อย่างคุ้มค่าค่ะ!

คู่มือคำศัพท์การทดลองสวมใส่เสื้อผ้าในร้านแฟชั่น ขั้นตอนการยกเว้นภาษีศุลกากรสำหรับชาวต่างชาติ การขอห่อของขวัญ และระบบภาษีมูลค่าเพิ่มในห้างสรรพสินค้าญี่ปุ่น

ยกระดับทักษะการช้อปปิ้งของคุณให้มีระดับ เรียนรู้วิธีขอยกเว้นภาษีและประโยคจำเป็นสำหรับการสื่อสารในอพาร์ทเมนท์แฟชั่น

รวม 20 คำศัพท์สำคัญสำหรับการช้อปปิ้งและขั้นตอนยกเว้นภาษี

ห้างสรรพสินค้าหรูหราขนาดใหญ่

หมายถึงห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ระดับหรูหรา เช่น Mitsukoshi, Isetan, Takashimaya หรือที่เรียกทับศัพท์ภาษาอังกฤษว่า "デパート" (Depāto) ห้างสรรพสินค้าเหล่านี้จะมีบริการระดับพรีเมียมคอยอำนวยความสะดวก มีเคาน์เตอร์แบรนด์เครื่องสำอางชั้นนำ และมีเคาน์เตอร์免税 (Menzei) คอยบริการเคลมภาษีคืนให้แก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติโดยเฉพาะครับ

ร้านขายเสื้อผ้าแฟชั่น

คำทับศัพท์หมายถึงร้านจำหน่ายเครื่องแต่งกายแฟชั่นและอุปกรณ์เสริมเฉพาะทางแบรนด์ เช่น ร้านตามแหล่งวัยรุ่น เช่น Harajuku หรือ Shibuya ยูอิแนะนำว่าพนักงานในร้านประเภทนี้มักจะเข้ามาคอยแนะนำสินค้าเทรนด์ล่าสุดอย่างสุภาพมาก หากต้องการเลือกชมสินค้าเองคนเดียวเงียบๆ คุณสามารถส่งยิ้มและโค้งทักทายตอบรับได้อย่างเป็นธรรมชาติค่ะ

การยกเว้นภาษี (Tax-Free)

สิทธิ์การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มของญี่ปุ่นสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาพำนักไม่เกิน 6 เดือน โดยปกติแล้วเครื่องบริโภค เครื่องสำอาง หรือสินค้าแฟชั่นสามารถทำขั้นตอนคืนภาษีนี้ได้ ยูโตะเน้นย้ำว่ายอดรวมบิลซื้อของในวันเดียวกันภายในห้างสรรพสินค้าเดียวกันต้องเกิน 5,000 เยนขึ้นไป และต้องแสดงพาสปอร์ตเล่มจริงที่มีสติกเกอร์วีซ่าชั่วคราวเพื่อรับสิทธิ์ครับ

ห้องลองเสื้อผ้า

พื้นที่สำหรับสวมลองชุดเสื้อผ้าภายในร้านแฟชั่น ยูโตะเตือนว่ามารยาทที่ห้ามละเลยคือ ห้ามสวมรองเท้าเหยียบเข้าไปบนพรมในห้องลองเด็ดขาด ต้องถอดวางไว้นอกห้องเสมอ และสำหรับสุภาพสตรีที่แต่งหน้า พนักงานจะยื่นแผ่นคลุมหน้าสีขาวบาง (Face Cover) เพื่อใช้ครอบศีรษะก่อนสวมเสื้อป้องการไม่ให้แป้งหรือลิปสติกเลอะติดคอเสื้อแบรนด์ค่ะ

ห้องลองเสื้อผ้า (Fitting Room)

คำศัพท์ทับศัพท์ภาษาอังกฤษความหมายเดียวกับ 試着室 (Shichakushitsu) มักใช้ตามร้านแบรนด์เนมนำเข้าจากต่างประเทศทั่วไป ยูอิเสริมว่าในห้องฟิตติ้งจะมีกระจกบานใหญ่ติดตั้งไว้คอยส่องดูความพอดีของไซส์ชุด และมักจะมีป้ายกำชับมารยาทการลองชุดสวมคลุมหน้าเขียนไว้ชัดเจนเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยค่ะ

ขนาดไซส์เสื้อผ้า

ขนาดของเสื้อผ้า เช่น S, M, L, XL หรือขนาดรองเท้า ยูโตะให้ข้อแนะนำว่า ขนาดไซส์เสื้อผ้าของญี่ปุ่นมักจะมีสัดส่วนที่เล็กกว่าไซส์มาตรฐานของยุโรปหรือไทยอยู่หนึ่งระดับเสมอ ดังนั้นตอนเราจะเลือกซื้อชุดเสื้อผ้า ขอแนะนำให้ขอพนักงานลองไซส์ก่อนเสมอ หรือเช็คตารางสัดส่วนหน้าอกและสะโพกเป็นเซนติเมตรอย่างระมัดระวังครับ

การลองสวมใส่เสื้อผ้า

กระบวนการหยิบเอาชุดจากราวเพื่อไปทดสอบสวมใส่ ยูอิแนะนำประโยคพูดขอพนักงานที่มีประโยชน์มากว่า "試着してもいいですか?" (Shichaku shitemo ii desu ka - ขอทดลองสวมใส่ชุดนี้หน่อยได้ไหมคะ) พนักงานจะยิ้มแย้มและพาเดินนำทางเราไปที่ห้องลองพร้อมบอกคำแนะนำจำนวนตัวที่อนุญาตให้นำเข้าไปลองต่อรอบค่ะ

สินค้าใหม่ล่าสุด (New Arrival)

ผลงานการออกแบบหรือสินค้าล็อตใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเข้ามาจัดวางหน้าร้านในซีซันฤดูกาลนั้นๆ มักจัดวางโดดเด่นอยู่ที่หน้าตู้กระจกทางเข้าร้าน สินค้าประเภทนี้มักจะไม่มีการจัดโปรโมชั่นส่วนลดใดๆ เนื่องจากเป็นเทรนด์ใหม่ล่าสุด แต่เป็นสินค้าที่สายแฟชั่นชาวไทยเฝ้ารอคอยเพื่อเป็นเจ้าของเป็นรายแรกๆ ครับ

การลดราคาสินค้าพิเศษ (Sale)

เทศกาลลดราคาสินค้าของห้างสรรพสินค้าญี่ปุ่น ช่วงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือช่วงเซลล์ฤดูร้อน (ช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม) และเซลล์ปีใหม่ (ช่วงปลายเดือนธันวาคม-มกราคม) ในช่วงนี้ห้างสรรพสินค้าแทบทุกร้านจะนำสินค้าเสื้อผ้ามาแปะป้ายแดงหั่นราคาลง 30% ถึง 70% ถือเป็นช่วงเวลาสวรรค์ของนักช้อปไทยในการเก็บสะสมเสื้อผ้าหนาวราคาดีค่ะ

ส่วนลดราคา

ส่วนลดราคาของสินค้า มักระบุเป็นสัดส่วนเปอร์เซ็นต์ส่วนลด เช่น 「1割引」(Ichi-waribiki - ลดราคา 10%) หรือ 「3割引」(San-waribiki - ลดราคา 30%) ยูโตะเตือนว่าระบบการอ่านป้ายลดราคาในญี่ปุ่นจะบอกเป็นยอดที่ลดออกไป (เช่น 2割引 แปลว่าลดจากราคาเต็มไป 20% ดังนั้นเราต้องจ่าย 80% ของราคาเดิม) ต่างจากไทยที่จะบอกยอดที่เหลือครับ

ถุงโชคดี (Lucky Bag)

ถุงสุ่มสินค้าที่ทางแบรนด์จัดทำขึ้นเป็นพิเศษเพื่อจำหน่ายในวันปีใหม่ (1-3 มกราคมของทุกปี) ด้านในจะอัดแน่นไปด้วยสินค้ามูลค่ารวมหลายหมื่นเยน แต่จำหน่ายในราคาพิเศษเพียงแค่ประมาณ 5,000 หรือ 10,000 เยนเท่านั้น ผู้ซื้อจะไม่สามารถทราบสิ่งของด้านในล่วงหน้าได้ ยูอิเคยซื้อมาแล้วสนุกมากเพราะได้ลุ้นและถือเป็นวัฒนธรรมต้อนรับความโชคดีปีใหม่ค่ะ

การห่อของขวัญ

การตกแต่งหีบห่อสินค้าให้ออกมาสวยงามเพื่อนำไปมอบเป็นของขวัญแก่บุคคลอื่นในโอกาสพิเศษ ยูอิแนะนำว่าที่ญี่ปุ่นมีทั้งแบบฟรี (ห่อด้วยกระดาษลวดลายเรียบหรูธรรมดาและผูกโบว์) และแบบเสียเงินเพิ่ม (ใส่กล่องกระดาษแข็งพร้อมถุงผ้าเกรดดี) หากต้องการ ให้บอกแคชเชียร์ว่า "ラッピングをお願いします" (ช่วยห่อของขวัญให้หน่อยค่ะ) นะคะ

แคชเชียร์จ่ายเงิน

ทับศัพท์คำว่า Cash Register หมายถึงเคาน์เตอร์จุดเก็บชำระเงินและสแกนบาร์โค้ดราคาสินค้า ในห้างหรูหากคุณซื้อสินค้าจากหลายชั้น บางทีคุณต้องเดินนำป้ายสินค้ามาคิดเงินรวมกันที่จุดชำระเงินหลัก หรือถ้าเป็นร้านอัญมณี พนักงานจะนำบิลและตัวสินค้าเดินตามประคองอำนวยความสะดวกพาไปจ่ายเงินที่レジเลยครับ

ใบเสร็จรับเงินอย่างเป็นทางการ (Receipt)

ใบเสร็จรับเงินใบใหญ่ฉบับเป็นทางการที่สามารถนำไปใช้ยื่นหลักฐานภาษีบริษัทหรือเบิกจ่ายงบราชการได้ จะมีความต่างจากบิลธรรมดา (レシート - Reshīto) ยูโตะเสริมว่าเวลาขอใบเสร็จนี้ พนักงานจะถามชื่อผู้รับชำระเงินที่จะเขียนลงไปในช่องว่าง โดยทั่วไปหากเราไม่มีชื่อบริษัท ให้แจ้งว่า "宛名は上様でお願いします" (เขียนว่าท่านลูกค้าทั่วไปได้เลยครับ) ครับ

การคืนสินค้าเพื่อขอเงินคืน

การยกเลิกการซื้อและนำสินค้ากลับมาส่งมอบคืนร้านเพื่อเอาเงินชำระคืน ยูโตะเตือนว่านโยบาย返品ในญี่ปุ่นมีความเข้มงวดสูงมาก ร้านค้าส่วนใหญ่มีเงื่อนไขว่าห้ามตัดป้ายราคาทิ้ง สินค้าต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์ไม่ได้สวมใส่ใช้งานจริง และต้องนำใบเสร็จตัวจริงกลับมายื่นยืนยันภายในระยะเวลาที่กำหนด (เช่น 7 วัน) หากไม่มีเหตุผลสมควรอาจถูกปฏิเสธได้ครับ

การแลกเปลี่ยนสินค้า

การขอนำเอาสินค้าตัวที่เราซื้อไปกลับมาสลับแลกเปลี่ยนไซส์ สี หรือสลับเป็นแบบใหม่ทดแทนเนื่องจากสวมใส่ไม่ได้ขนาดที่พึงพอใจ นโยบายการสลับเปลี่ยนของร้านค้าส่วนใหญ่จะเปิดกว้างยอมรับได้ง่ายกว่าการ返品 (การคืนเงิน) แต่ยูอิแนะนำว่าการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าขนาดที่ถูกต้องตั้งแต่หน้าร้านผ่านการลองชุดจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดค่ะ

ราคาสินค้ารวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว

ราคาป้ายสินค้าที่คำนวณบวกรวมอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (10% หรือ 8% สำหรับอาหารเครื่องดื่ม) เรียบร้อยแล้ว ถือเป็นราคาจ่ายสุทธิหน้าレจิ ยูโตะรับรองว่ากฎหมายแสดงป้ายราคาของญี่ปุ่นบังคับให้ร้านเกือบทั้งหมดต้องทำตัวอักษรบอกราคารวมภาษีนี้ให้ผู้ซื้อเห็นชัดเจนเสมอ เพื่อป้องกันความสับสนยามจ่ายเงินครับ

ราคาที่ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม

ราคาสินค้าดิบตัวเปล่าก่อนที่จะบวกอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มเข้าไป 10% ยูอิให้ข้อสังเกตว่าเวลาทำเรื่อง免税 (ยกเว้นภาษี) ยอดซื้อขั้นต่ำ 5,000 เยนที่จะผ่านเกณฑ์รับสิทธิ์คืนภาษีนั้น เขาจะคิดคำนวณจากยอดรวมของราคาดิบ税抜きนี้เท่านั้นนะคะ ไม่ใช่ยอดรวมราคาสุทธิที่รวมภาษีแล้ว ดังนั้นตรวจสอบให้ยอดถึงเกณฑ์ก่อนไปยื่นค่ะ

การขอฝากสินค้าไว้ชั่วคราว

การที่ลูกค้าชื่นชอบสินค้าและต้องการจองไว้ก่อนเพื่อไปเดินทำธุระหรือหาเงินสดเพิ่ม แล้วจะกลับมาชำระเงินภายหลัง โดยปกติร้านค้าจะยินดีเก็บรักษาสินค้านั้นแยกไว้ให้หลังร้านเป็นเวลาชั่วคราว (เช่น ภายในวันเดียวกันหรือ 2-3 วัน) ถือเป็นบริการเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ซื้อได้มีเวลาตัดสินใจอย่างสบายใจครับ

เคาน์เตอร์ขอยกเว้นภาษี (Tax-Free Counter)

เคาน์เตอร์ส่วนกลางประจำห้างสรรพสินค้าที่ให้บริการทำเรื่องคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ยูอิอธิบายขั้นตอนว่าเมื่อเราเดินช้อปปิ้งเก็บรวบรวมใบเสร็จชำระเงินจากร้านค้าต่างๆ ในห้างเสร็จสิ้นแล้ว ให้เดินมาที่เคาน์เตอร์นี้ ยื่นพาสปอร์ต บิลเงินสด และนำสินค้าทั้งหมดมาแสดงเพื่อรับเงินคืนภาษีเป็นเงินสดเยนได้ทันทีค่ะ

ร่วมฝึกฝนคำศัพท์ช้อปปิ้งและการคืนภาษีและทำแบบทดสอบจำลองได้ที่แอป!

GO TO APP

คู่มือนักท่องเที่ยวไทยในการยกเว้นภาษีและมารยาทช้อปปิ้งในญี่ปุ่น

การช้อปปิ้งสิ่งของและเสื้อผ้าแฟชั่นในประเทศญี่ปุ่นเป็นกิจกรรมที่สร้างความตื่นเต้นและเพลิดเพลินให้คนไทยมากครับ แต่ก็มีระบบทางกฎหมายและระเบียบมารยาทที่เราต้องใส่ใจ ประการแรกคือกระบวนการทำเรื่องยกเว้นภาษีหรือ "Menzei" ในอดีตห้างสรรพสินค้าจะใช้วิธีติดใบเสร็จลงในพาสปอร์ตของเรา แต่ในปัจจุบันระบบทั้งหมดถูกแปลงเป็นดิจิทัลและเชื่อมโยงข้อมูลกับกรมศุลกากรญี่ปุ่นโดยตรงแล้ว ดังนั้นตอนจ่ายเงินหรือทำเรื่องขอภาษีคืน พนักงานจะสแกนคิวอาร์โค้ดบนพาสปอร์ตเพื่อส่งข้อมูลออนไลน์ สิ่งสำคัญคือคุณต้องพกพาสปอร์ตเล่มจริงติดตัวตลอดเวลาช้อปปิ้ง เพราะสำเนาภาพถ่ายบนมือถือไม่สามารถนำมาใช้ยื่นสิทธิ์ตามกฎหมายได้ครับ

ประการที่สองคือ กฎระเบียบและมารยาทการลองสวมใส่เสื้อผ้าในร้านขายสินค้าแฟชั่นหรูหรา ห้องลองเสื้อผ้าหรือ "Fitting Room" ของญี่ปุ่นจะมีความสะอาดสะอ้านสูงมาก พนักงานมักจัดเตรียมรองเท้าแตะแยกไว้ให้เปลี่ยนหน้าทางเข้า หรือบางที่ต้องการให้เรายืนลองชุดบนแผ่นรองกระดาษสีขาว นอกจากนี้ สุภาพสตรีจำเป็นต้องสวม "Face Cover" ซึ่งเป็นแผ่นผ้าคลุมสวมหัวสีขาวบางที่พนักงานยื่นให้ก่อนสวมใส่ลองชุด วิธีนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้เครื่องสำอาง รองพื้น ลิปสติก บนใบหน้าของเราไปขูดครูดเลอะติดเปื้อนอยู่บนปกคอเสื้อผ้าแบรนด์เนม ซึ่งถือเป็นมารยาทและสปิริตการดูแลรักษาสิ่งของสาธารณะร่วมกันที่น่าชื่นชมของชาวญี่ปุ่นครับ

ประการสุดท้ายคือการทำความเข้าใจเงื่อนไขของสินค้าที่ซื้อผ่านระบบยกเว้นภาษี สินค้าประเภทของกิน เครื่องสำอาง ยา หรือสิ่งอุปโภคบริโภคที่ทำเรื่องยกเว้นภาษีไปแล้ว พนักงานจะทำการบรรจุใส่ลงในถุงพลาสติกใสพิเศษและติดแถบเทปกาวปิดผนึกสีแดงอย่างแน่นหนา พร้อมกับแจ้งกฎระเบียบว่า "ห้ามเปิดใช้งานหรือรับประทานสินค้าภายในถุงนี้ขณะพำนักอยู่ในประเทศญี่ปุ่นอย่างเด็ดขาด" สินค้าเหล่านี้ต้องนำออกไปนอกประเทศญี่ปุ่นสภาพปิดผนึกเท่านั้น หากเจ้าหน้าที่ศุลกากรที่สนามบินสุ่มตรวจพบว่ามีการแกะถุงใช้งานในญี่ปุ่น คุณอาจจะต้องถูกเรียกเก็บยอดภาษีมูลค่าเพิ่มคืนย้อนหลัง ยูอิและยูโตะอยากแนะนำให้น้องๆ ปฏิบัติตามกฎจราจรและเงื่อนไขเหล่านี้อย่างเคร่งครัด เพื่อรักษาภาพลักษณ์ที่ดีงามของคนไทยและช้อปปิ้งท่องเที่ยวในแดนปลาดิบได้อย่างสมบูรณ์แบบและมีความสุขทุกท่านนะคะ!