เรียกสั้นๆ ว่า "ชูคัตสึ" คือกิจกรรมที่นักศึกษาและผู้สมัครงานปฏิบัติอย่างเป็นระบบเพื่อติดต่อบริษัทและทำกระบวนการคัดเลือกตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนถึงการรับคำเสนอจ้างงานในระบบบริษัทของญี่ปุ่น
การทำงานในประเทศญี่ปุ่นนับเป็นหนึ่งในเป้าหมายอันดับต้นๆ ของผู้เรียนภาษาญี่ปุ่นชาวไทย ทั้งในฐานะการเริ่มต้นอาชีพใหม่ การหาประสบการณ์การใช้ภาษา และโอกาสความก้าวหน้าทางธุรกิจ แต่สิ่งสำคัญที่เป็นด่านแรกและยากที่สุดคือ "กระบวนการหางานและการสัมภาษณ์งาน" (Job Hunting & Interview) ซึ่งเต็มไปด้วยกฎระเบียบ วัฒนธรรมองค์กร และระดับภาษาสุภาพ (Keigo) ที่มีความเฉพาะตัวและละเอียดอ่อนอย่างมาก
บทเรียนนี้ได้รับการออกแบบขึ้นมาเป็นพิเศษสำหรับคนไทยที่ต้องการเตรียมตัวสมัครงานในประเทศญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นสายงานออฟฟิศ วิศวกรรม ล่าม งานไอที หรือแม้แต่นักศึกษาที่เพิ่งเรียนจบและกำลังเริ่มกิจกรรมชูคัตสึ (Shukatsu) โดยเราได้รวบรวมคำศัพท์สำคัญ 15 คำ พร้อมทั้งคำอธิบายเชิงลึกถึงมารยาทการสัมภาษณ์งานแบบญี่ปุ่น ประโยคจำลองบทสนทนาจริง และประโยคทองคำที่จะช่วยเพิ่มโอกาสให้บริษัทญี่ปุ่นปฏิเสธคุณได้ยากขึ้นค่ะ
มาเริ่มต้นเรียนรู้คำศัพท์คำนิยามระดับมืออาชีพ พร้อมตัวอย่างประโยคใช้งานจริงสำหรับการสัมภาษณ์งานและเตรียมเอกสารกันเลยครับ:
เรียกสั้นๆ ว่า "ชูคัตสึ" คือกิจกรรมที่นักศึกษาและผู้สมัครงานปฏิบัติอย่างเป็นระบบเพื่อติดต่อบริษัทและทำกระบวนการคัดเลือกตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนถึงการรับคำเสนอจ้างงานในระบบบริษัทของญี่ปุ่น
เอกสารพื้นฐานที่สุดในการสมัครงานญี่ปุ่น มีรูปแบบที่เป็นทางการชัดเจน โดยเฉพาะการเขียนประวัติการศึกษา ประวัติการทำงานใบรับรองความรู้ทางภาษา และช่องเขียนความสนใจส่วนตัว
เอกสารที่ต้องยื่นควบคู่กับ履歴書 สำหรับผู้ที่มีประสบการณ์การทำงานแล้ว เพื่ออธิบายหน้าที่ความรับผิดชอบ โครงการที่เคยทำ ทักษะทางเทคนิค และความสำเร็จที่สามารถตรวจวัดได้ในบริษัทเก่า
การนำเสนอจุดแข็ง ทักษะ หรือประสบการณ์ที่โดดเด่นเพื่อโน้มน้าวผู้สัมภาษณ์งานว่าคุณมีความเหมาะสมที่สุดสำหรับบริษัท โดยเน้นการเล่าเรื่องผ่านผลงานที่ผ่านมา
เหตุผลเฉพาะเจาะจงว่าทำไมคุณถึงต้องการทำงานในบริษัทนี้ และทำไมถึงต้องเป็นตำแหน่งนี้ โดยผู้สมัครที่ดีควรเชื่อมโยงค่านิยมของบริษัทกับประสบการณ์ส่วนตัวของตนเอง
บุคคลหรือกลุ่มบุคคลจากฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) หรือหัวหน้าแผนกที่ทำหน้าที่ประเมินและตั้งคำถามเพื่อตรวจสอบทัศนคติ ความรู้ ทักษะทางภาษา และความยืดหยุ่นของผู้สมัคร
ช่วงท้ายของการสัมภาษณ์งานเมื่อผู้สัมภาษณ์พูดว่า "มีคำถามอะไรจะถามไหมครับ" ถือเป็นโอกาสทองในการแสดงความสนใจอย่างกระตือรือร้นในการทำงานด้วยคำถามที่เจาะลึก
การประกาศผลอย่างเป็นทางการจากบริษัทว่ามีความประสงค์จะรับผู้สมัครเข้าเป็นพนักงาน และพร้อมลงนามทำสัญญาว่าจ้างเพื่อเริ่มต้นทำงานเมื่อถึงกำหนดเวลา
คำสรรพนามเรียกบริษัทคู่สนทนาด้วยความเคารพอย่างสูง ใช้เฉพาะในภาษาพูดขณะสัมภาษณ์งานหรือการประชุม (หากเป็นภาษาราชการในเอกสารจะเขียนว่า 貴社 - Kisha)
สรรพนามถ่อมตัวเมื่อใช้เรียกบริษัทที่ตนเองสังกัดอยู่ปัจจุบัน ใช้ในการสื่อสารติดต่อกับลูกค้าภายนอก หรือใช้พูดเปรียบเทียบในขณะให้สัมภาษณ์งานหากยังทำงานอยู่ที่เก่า
ข้อดีด้านนิสัยใจคอหรือความสามารถส่วนบุคคล เช่น เป็นคนพยายามไม่ย่อท้อ (粘り強い) เป็นคนเข้ากับคนง่าย หรือมีไหวพริบ ซึ่งควรเล่าพร้อมหลักฐานหรือเหตุการณ์ประกอบ
ข้อเสียส่วนบุคคลที่ต้องอธิบายอย่างซื่อสัตย์ แต่ต้องปิดท้ายด้วยวิธีแก้ปัญหาหรือความพยายามในการปรับปรุงตนเองเพื่อแสดงให้เห็นถึงทัศนคติของการเรียนรู้ตลอดเวลา
ความสะอาดสะอ้านและมารยาทการดูแลรูปลักษณ์ภายนอก เช่น การสวมสูทที่สะอาดเรียบร้อย การตัดเล็บ การเซ็ตผม และการแต่งหน้าอย่างเหมาะสมตามมาตรฐานองค์กรของญี่ปุ่น
กรอบความประพฤติและกติกาในสังคมทำงานญี่ปุ่น เช่น มารยาทการแลกนามบัตร การจองที่นั่งในรถยนต์/ร้านอาหาร (Kamiza/Shimoza) และทักษะการรับโทรศัพท์แบบสุภาพ
การเริ่มทำงานอย่างเป็นทางการในวันปฐมนิเทศพนักงานใหม่ โดยถือเป็นก้าวแรกของการทำงาน และจุดเริ่มต้นการปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ของระบบเศรษฐกิจญี่ปุ่น
การสัมภาษณ์งานในญี่ปุ่นนั้นถูกประเมินตั้งแต่ตอนที่คุณเริ่มเคาะประตูห้องสัมภาษณ์เลยทีเดียวค่ะ เพื่อให้เพื่อนๆ คนไทยผ่านขั้นตอนนี้ได้อย่างราบรื่น นี่คือลำดับการปฏิบัติตนทีละขั้นตอนที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษนะคะ:
นี่คือจำลองเหตุการณ์จริงขณะสัมภาษณ์งานออฟฟิศ เพื่อให้เข้าใจประโยคสนทนารวมถึงระดับภาษาเกโกะ (Keigo) ที่สุภาพที่สุดที่ผู้เรียนไทยควรรู้ค่ะ:
面接官 (ผู้สัมภาษณ์):
本日はお時間をいただきありがとうございます。まずは簡単に、自己紹介をお願いできますか?
(Honjitsu wa ojikan o itadaki arigatou gozaimasu. Mazu wa kantan ni, jiko shokai o onegai dekimasu ka?)
ขอบคุณที่สละเวลามาในวันนี้ครับ ก่อนอื่นช่วยแนะนำตัวเองอย่างย่อๆ หน่อยได้ไหมครับ?
応募者 (ผู้สมัคร - ชัยชนะ):
はい、タイから参りましたチャイチャナと申します。バンコクの大学でITシステム工学を専攻し、卒業後は日系企業でシステム開発に2年間携わっておりました。私の長所は問題解決に向けて粘り強く取り組むことです。本日はどうぞよろしくお願いいたします。
(Hai, Tai kara mairimashita Chaichana to moushimasu. Bankoku no daigaku de aitee shisutemu kogaku o senko shi, sotsugyo go wa nikkei kigyo de shisutemu kaihatsu ni nikanen tazasaotte orimashita. Watashi no chousho wa mondai kaiketsu ni mukete nebarizuyoku torikumukoto desu. Honjitsu wa douzo yoroshiku onegai itashimasu.)
ครับ ผมชื่อชัยชนะ มาจากประเทศไทยครับ เรียนจบเอกระบบวิศวกรรมไอทีจากมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ และทำงานพัฒนาซอฟต์แวร์ในบริษัทญี่ปุ่นที่ไทยมาเป็นเวลา 2 ปีครับ ข้อดีของผมคือมีความอดทนไม่ยอมแพ้ในการหาทางแก้ปัญหา วันนี้ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ
面接官 (ผู้สัมภาษณ์):
ご経験がありますね。では、数ある会社の中で、なぜ我が社を志望されたのですか?志望動機を教えてください。
(Gokeiken ga arimasu ne. Dewa, kazu aru kaisha no naka de, naze wagasha o shibou sareta no desu ka? Shibou douki o oshiete kudasai.)
มีประสบการณ์ที่ตรงสายเลยนะครับ แล้วในบรรดาบริษัทมากมาย ทำไมถึงเลือกสมัครงานกับบริษัทของเราล่ะครับ? ช่วยอธิบายแรงจูงใจในการสมัครงานให้ฟังหน่อยครับ
応募者 (ผู้สมัคร - ชัยชนะ):
御社は現在、グローバルな多言語システム開発に力を入れておられ、アジア諸国への事業拡大を進めていらっしゃいます。私のITスキルとタイ語、日本語、英語ของผม จะสามารถช่วยสร้างประโยชน์โดยตรงต่อระบบการทำงานสำหรับตลาดเอเชียได้ จึงตัดสินใจยื่นใบสมัครครับ
(Onsha wa genzai, guroobaru na tagengo shisutemu kaihatsu ni chikara o irete orare, Ajia shokoku he no jigyo kakudai o susumete irasshaimasu. Watashi no IT sukiru to Taigo, Nihongo, Eigo no gogakuryoku o ikaseba, Ajia muke shisutemu no saitekika ni chokusetsu kouken dekiru to kakushin shita tame, shibou itashimasu.)
面接官 (ผู้สัมภาษณ์):
素晴らしいですね。もし採用となった場合、いつから入社可能ですか?
(Subarashii desu ne. Moshi saiyou to natta baai, itsu kara nyusha kanou desu ka?)
ยอดเยี่ยมมากครับ หากเราตกลงรับคุณเข้าทำงาน จะสามารถเริ่มงานได้ตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ?
応募者 (ผู้สมัคร - ชัยชนะ):
内定をいただいてから、現在の会社での引継ぎ業務に約1ヶ月必要ですので、再来月の1日から入社可能でございます。
(Naitei o itadaite kara, genzai no kaisha de no hikitsugi gyoumu ni yaku ikkagetsu hitsuyou desu node, sarangetsu no tsuitachi kara nyusha kanou de gozaimasu.)
หลังจากที่ได้รับการเสนองานอย่างเป็นทางการแล้ว ผมต้องขอเวลาจัดการส่งมอบงานที่เก่าประมาณ 1 เดือน ดังนั้นจะสามารถเข้าทำงานได้ตั้งแต่วันที่ 1 ของเดือนถัดไปครับ
โดยปกติควรจัดเตรียมและส่งเอกสารล่วงหน้าประมาณ 1-2 สัปดาห์ เพื่อให้ฝ่ายบุคคลมีเวลาในการตรวจประเมิน และสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศ ควรระบุเขตเวลาที่สามารถติดต่อได้ให้ชัดเจนบนเรซูเมด้วยค่ะ
ให้ใช้สองมือประคองเอกสารยื่นให้ผู้สัมภาษณ์ โดยหันด้านหน้าของตัวอักษรไปทางผู้รับ เพื่อให้ผู้สัมภาษณ์สามารถรับไปแล้วอ่านได้ทันทีโดยไม่ต้องหมุนกระดาษ พร้อมก้มศีรษะเล็กน้อยแล้วพูดว่า 「こちらが私の職務経歴書でございます。よろしくお願いいたします。」 (Kochira ga watashi noしょくむけいれきしょでございます。よろしくお願いいたします。)
ห้ามพยักหน้าตอบรับแบบสุ่มเด็ดขาด เพราะอาจทำให้เข้าใจความหมายผิดพลาดและตอบไม่ตรงคำถาม ให้ใช้ประโยคสุภาพขอให้ผู้สัมภาษณ์อธิบายซ้ำ เช่น 「恐れ入りますが、もう一度ご質問をお願いできますでしょうか?」 (Osoreirimasu ga, mou ichido goshitsumon o onegai dekimasu deshou ka? - ขออภัยด้วยครับ ช่วยกรุณาถามอีกครั้งได้ไหมครับ) ซึ่งการขอให้ถามซ้ำอย่างสุภาพดีกว่าการเดาคำถามเองอย่างมากค่ะ
กุญแจสำคัญของการผ่านสัมภาษณ์งานบริษัทญี่ปุ่น คือการเปลี่ยนคำถามทัศนคติเชิงลบให้กลายเป็นเชิงบวกเสมอค่ะ เช่น เมื่อถูกถามเรื่องข้อเสีย (短所 - Tansho) ห้ามตอบว่า "ไม่มีข้อเสีย" เพราะจะถูกมองว่าไม่ยอมรับความจริง แต่ควรตอบข้อเสียที่แท้จริงที่ได้รับการควบคุมหรือกำลังแก้ไขอยู่ เช่น การจดโน้ตเพื่อป้องกันการหลงลืม ซึ่งสิ่งนี้จะพิสูจน์ให้ผู้สัมภาษณ์เห็นว่าคุณมีการประเมินตนเองอย่างสม่ำเสมอ (Self-reflection) และมีศักยภาพในการพัฒนาตนเองค่ะ ขอให้ทุกคนโชคดีกับการคว้างานในฝันนะคะ!
ฝึกทำคำศัพท์เกี่ยวกับการทำงานและจำระดับคำสุภาพได้ง่ายๆ ผ่านแอป TH V-FLASH ฟรี
ไปที่แอปพลิเคชัน